การเลือกกระถางปลูกไม้แคระเป็นศิลปอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยอารมณ์ศิลปของผู้เลือกพอประมาณทีเดียว กระถางที่มีรูปลักษณ์ ขนาด และทำด้วยวัสดุที่เหมาะสม จะช่วยทำให้ต้นไม้ดูเด่นและมีคุณค่ามากขึ้น บอนไซแต่ละต้นจะมีคุณค่าต่อเจ้าของทั้งทางราคาที่ค่อนข้างสูง และทางใจจากความผูกพันที่มีจากการเฝ้าเลี้ยงดูมาด้วยความอดทน กว่าที่จะได้ไม้แคระที่สวยงาม ดังนั้นการเลือกใช้กระถาง สำหรับปลูกจึงต้องพิถีพิถันพอควร ปกติในขณะที่กำลังฟูมฟักไม้อยู่ และไม้ยังไม่เข้ารูปเข้าฟอร์มดีนั้น กระถางที่ใช้ไม่สู้จะเป็นปัญหานัก จะเป็นกระถางอะไรก็ได้ แต่โดยมากมักจะใช้ดินเผาธรรมดาๆ ที่ค่อนข้างจะเตี้ยสักหน่อย เพื่อไม่ให้รากวิ่งลงไปลึกนัก ซึ่งจะทำให้ยุ่งยากเวลาเปลี่ยนกระถาง เมื่อเลี้ยงจนไม้ได้รูปทรงพอที่จะวางโชว์ได้แล้ว จึงจะย้ายไปลงกระถางที่เลือกสรรไว้สำหรับไม้ต้นนั้นอีกทีหนึ่ง

ปกติกระถางที่ใช้ปลูกเลี้ยงบอนไซจะเป็นกระถางที่ออกแบบมาสำหรับเลี้ยงไม้แคระโดยเฉพาะ กระถางบอนไซควรทำด้วยวัสดุที่มีความแกร่งพอสมควร ไม่แตกง่าย และทำจากวัสดุที่ไม่ทำปฏิกริยาทางเคมีกับดิน เครื่องปลูกและปุ๋ย ลักษณะโดยทั่วไปจะตื้น มีรูปทรงสวยงาม ส่วนใหญ่จะเป็นรูปกลม รูปใข่ และรูปเหลี่ยม ซึ่งก็มีทั้งสี่เหลี่ยมและหกเหลี่ยม แต่ยังไม่เคยเจอสามเหลี่ยม ขนาดก็จะมีตั้งแต่เล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 2 นิ้ว สำหรับบอนไซจิ๋ว ไปจนถึงขนาดเป็นฟุตสำหรับไม้ที่สูงกว่า 100 เซ็นติเมตร ราคาจะขึ้นอยู่กับขนาด วัสดุที่ใช้ทำ และแหล่งที่มาของกระถางนั้นๆ ที่พบใช้กันทั่วไปส่วนมากจะเป็นกระถางเคลือบที่ทำจากราชบุรี ซึ่งสนนราคาไม่สู้แพง มีแทบครบทุกขนาดที่ต้องการ และมีรูปทรงหลายหลาก มีความสวยงามพอใส่ไม้เข้าประกวดได้สบายๆ ส่วนราคาก็เป็นไปตามขนาด การออกแบบ และความปราณีตในการปั้นและการเผา นอกจากนี้จะมีกระถางจากลำปาง เป็นกระถางเคลือบหรือกระถางพอร์ซเลน ส่วนมากจะมีขนาดเล็ก รูปทรงธรรมดาๆ ราคาไม่แพง ที่แพงที่สุดคือกระถางที่นำเข้ามาจากประเทศญึ่ปุ่นและจีน แต่ฝีมือก็สูงพอกับราคา อยากรู้ราคากระถางประเภทนี้ก็ให้ลองไปเดินดูเอา แหล่งแรกอยู่ที่บริเวณถนนหน้าองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) อีกแหล่งหนึ่งอยู่แถวๆ ราชเทวี มีร้านขายเครื่องเคลือบดินเผาอยู่หลายร้าน อาจมีที่อื่นอีก แต่ถ้าผู้เขียนมัวไปเดินท่อมๆ หาดู (ไม่ใช่หาซื้อ) ก็คงไม่มีเวลามาเขียนเรื่องบอนไซแน่


ถ้าจะลองแบ่งประเภทวัสดุที่ใช้ทำกระถางบอนไซดู เท่าที่เห็นๆ ก็คงมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกันคือ

  • กระถางเคลือบ (Porcelain Pots)เป็นกระถางดินเผา ดินที่ใช้เป็นดินขาว ภายนอกเคลือบผิวเรียบเป็นมัน และอาจเขียนเป็นลวดลายต่างๆ หรือเป็นพื้นสีเรียบๆ ส่วนภายในไม่เคลือบ แหล่งทำภายในประเทศส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดลำปางและราชบุรี
  • กระถางลายคราม (China Pots)เป็นกระถางที่ทำด้วยวัสดุดินเผาแบบเครื่องลายครามของจีน ส่วนใหญ่ทั้งภายนอกและภายในจะเคลือบผิวเป็นมันทั้งหมด สีพื้นส่วนใหญ่จะเป็นขาว เขียนลายเป็นรูปดอกไม้ นก และอื่นๆ ตามแต่คนเขียนจะจินตนาการไป ของไม่แท้ราคาไม่เท่าไร แต่ของแท้ราคาหายห่วง แหล่งทำอยู่ที่จังหวัดลำปางเช่นกัน (ของแท้มาจากเมืองจีน)
  • กระถางดินเผาธรรมดา (Earthenware Pots) เป็นกระถางดินเผาธรรมดา ผิวค่อนข้างหยาบ ไม่เนียนละเอียดเหมือนสองแบบแรก กระถางประเภทนี้ใช้เลี้ยงบอนไซดีที่สุด เพราะทั้งการระบายทั้งน้ำและอากาศได้ดี มีทั้งแบบผิวขัดมันและผิวด้านหยาบ และมีราคาถูกที่สุดในบรรดากระถางบอนไซด้วยกัน กระถางดินเผาด่านเกวียนก็จัดอยู่ในประเภทนี้ด้วย
กระถางบอนไซญี่ปุ่น

ในบรรดากระถางที่ว่ามานี้ กระถางที่เป็นดินเผา ดูจะเหมาะสมที่สุด ทั้งในแง่ของการใช้ปลูกเลี้ยง และในแง่ของรูปทรงและความสวยงาม ลักษณะของกระถางภายในจะมีลักษณะเป็นดินเผาที่มีความพรุน มีการระบายอากาศดี ทำให้รากไม้ไม่ร้อนและมีอากาศหายใจเพียงพอ ดูดซับความชื้นและระบายน้ำดี ทำให้ดินและเครื่องปลูกโปร่ง ไม่แฉะจนเกินไป


การเลือกใช้กระถาง

การเลือกใช้กระถางให้เหมาะสมกับต้นไม้ เป็นเรื่องที่อธิบายบอกกล่าวกันยาก พอๆกับการเลือกตอไม้มาเลี้ยงนั่นแหละ ถ้าจะกล่าวอย่างกว้างๆ ข้อพิจารณาประกอบการเลือกกระถางจะประกอบด้วย รูปร่าง สี และขนาด ซึ่งจะต้องได้รูปและมีสัดส่วนที่พอเหมาะและมีความกลมกลืนกับบอนไซที่จะปลูกลงไป ตัวอย่างเช่นไม้ทรงพุ่มที่มีกิ่งก้านแผ่ออกรอบตัว เช่นทรง Octopus และ Broom ก็ควรใช้ประถางทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมที่มีด้านเกือบเท่ากัน เป็นต้น ถ้าเป็นไม้ประเภท Upright หรือประเภทที่มีกิ่งยื่นออกมาทางด้านข้างเป็นส่วนใหญ่ ก็ใช้กระถางเหลี่ยมหรือรูปใข่ ไม้ที่ปลูกเป็นกอก็มักใช้กระถางสี่เหลี่ยมหรือรูปใข่เหมือนกัน แต่จะตื้นมากจนดูเหมือนถาดมากกว่ากระถาง ไม้เกาะหินก็เช่นกัน นิยมใช้กระถางตื้นเพื่อโชว์หินและราก กล่าวโดยสรุป หลักการเลือกกระถางมีดังนี้
    รูปร่างของกระถาง รูปร่างของกระถางเป็นสิ่งสำคัญเบื้องแรก ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะสมกลมกลืนกับทรงของต้นไม้ที่ เราจะปลูกลงไป ดังที่ได้ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น แต่ที่เห็นใช้กันแบบครอบจักรวาลเลยก็มักเป็นพวก กระถางทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะจะเข้ากันได้ดีกับไม้ตั้งแต่ทรงต้น คือพวก upright ไปจนถึงไม้กลุ่ม รวมถึงพวกไม้เอนชาย ส่วนไม้ตกกระถางจะใช้กระถางทรงสูง อาจเป็นกลมหรือเหลี่ยมก็ได้ ถ้าเป็นกระถางที่ทรงสูงมากๆ ก็อาจตั้งกับพื้นได้ แต่ถ้าเป็นไม้ที่ทอดยอดตกเลยลงไปมากกว่าความสูงของกระถาง ก็ต้องตั้งบนโต๊ะ ซึ่งสว่นมากมักจะเป็นโต๊ะทรงสูง สวยงาม เพื่อให้สอดคล้องกลมกลืนกับรูปทรงอันวิจิตร(และราคา)ของกระถาง

    วัสดุที่ใช้ทำกระถาง การที่จะเลือกใช้กระถางที่ทำด้วยวัสดุประเภทใดนั้น ส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับลักษณะเด่นของ ต้นไม้นั้นๆ ไม้ที่มีผิวพรรณละเอียดหรือค่อนข้างละเอียด ทรวดทรงอ่อนช้อย และมีขนาดไม่โตนัก เช่นโมก ข่อยต้นเล็กๆ ชาฮกเกี้ยน มะสัง มะนาวเทศ หรือตะโกหนูซึ่งเป็นไม้ราคาสูง หายาก มักใช้กระถางเคลือบและกระถางลายคราม ส่วนไม้เปลือกหยาบประเภทตะโก ข่อย หมากเล็กหมาหน้อย พุดป่า ไทร ไกร มะขาม และไม้ใหญ่อื่นๆ มักใช้กระถางดินเผา โดยเลือกกระถางให้มีขนาดและรูปทรงเหมาะกับไม้แต่ละต้น เพราะกระถางดินเผามีเนื่อค่อนข้างหยาบ จึงดูกลมกลืนกับไม้ที่ปลูก ทำให้เป็นธรรมชาติดูสมจริงยิ่งขึ้น แต่ไม้เปลือกหยาบบางต้นที่สวยงามจริงๆ และมีความโดดเด่นเป็นที่รักที่หวงของเจ้าของ ก็มีสิทธิได้อยู่ในกระถางลายครามราคาแพงได้เหมือนกัน

    สีของกระถาง กระถางบอนไซมีทั้งที่เป็นสีพื้นเรียบๆ และที่มีลวดลาย และลวดลายก็มีทั้งที่เป็นสีสันต่างๆ และที่เป็นสีเดียว ดังเช่นกระถางลายครามและกระถางที่เลียนแบบลายคราม ไม้ที่มีขนาดเล็กน่ารัก เช่นชาฮกเกี้ยน มะสัง และมะนาวเทศต้นเล็กๆ อายุ 2-3 ปี มักจะใช้กระถางเคลือบสีเดียวหรือที่เขียนลวดลายดอกไม้ ลายนก ที่มีสีสันสวยงาม แต่ถ้าขนาดใหญ่ขึ้นมา รูปทรงสวยงามเหมือนไม้ใหญ่ตามธรรมชาติ กระถางก็จะเปลี่ยนไปเป็นสีเดียวและมักเป็นสีทึมๆ เช่นน้ำตาล แดงคล้ำ น้ำเงินดำ หรือเป็นกระถางลายครามราคาแพงไปเลย ซึ่งก็เป็นไปตามฐาณานุรูปของทั้งต้นไม้และทั้งเจ้าของ ไม้แพงก็มักจะอยู่ในกระถางราคาสูง

    ขนาดของกระถาง เมื่อตกลงใจเรื่องรูปร่างและสี ตลอดจนประเภทของวัสดุที่ใช้ทำกระถางแล้ว ขั้นสุดท้ายก็คือเลือกขนาดกระถาง สำหรับไม้ประเภททรงต้นก็พอจะมีหลักในการพิจารณาง่ายๆคือ ความกว้างของกระถาง ควรเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของความสูงของต้นหรือ 2 ใน 3 ของระยะแผ่ของกิ่งที่อยู่ล่างสุดของต้นหรือกิ่งหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ถ้าต้นไม้สูง 15 นิ้ว ความกว้างของกระถางควรเป็นประมาณ 10 นิ้ว หรือถ้ากิ่งล่างสุดแผ่ยื่นออกไป 18 นิ้ว กระถางก็ควรมีความกว้าง 12 นิ้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า ผู้เลือกจะเอาสิ่งไหนเป็นหลัก ซึ่งก็ต้องดูรูปทรงของต้นประกอบไปด้วย ถ้าเป็นไม้ทรงสูง โปร่ง กิ่งก้านยื่นออกไปไม่ยาวนักก็ควรใช้ความสูงของต้นเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นไม้ทรงเตี้ย มีการแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปกว้างขวาง เช่นไทร ก็ควรใช้ความยาวของกิ่งล่างเป็นหลัก (ที่ใช้กิ่งล่างก็เพราะโดยปกติกิ่งนี้จะต้องเป็นกิ่งที่ยาวที่สุดของต้น)


การวางตำแหน่งต้นไม้ในกระถาง
ไม้แคระที่วางตำแหน่งการปลูกได้เหมาะสม จะช่วยเน้นรูปทรงของต้นทำให้ไม้นั้นดูเด่นยิ่งขึ้น ในการวางตำแหน่งของต้นนั้น สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดก็คือปลูกไม้ที่จุดกึ่งกลางกระถาง ยกเว้นกระถางรูปกลม สี่เหลี่ยนจัตุรัส หรือหกเหลี่ยม และไม้ที่ปลูกเป็นไม้ที่มีทรงค่อนข้างเตี้ย และแผ่กิ่งออกโดยรอบเช่นทรง ทาโกะซูกูริ (octopus) หรือ ชอกคัง (formal upright) เป็นต้น สำหรับไม้ที่มีกิ่งยื่นออกมาไม่สมดุลย์กันนั้น ตำแหน่งการวางต้นควรอยู่ในแนวกึ่งกลางของด้านกว้างของกระถาง แต่ให้ค่อนไปด้านใดด้านหนึ่งของด้านยาวของกระถาง โดยให้ดูกิ่งล่างเป็นหลัก ถ้ากิ่งล่างหรือกิ่งที่ยาวที่สุดอยู่ทางด้านซ้ายของต้น ก็ต้องวางตำแหน่งปลูกให้ค่อนไปทางขวาของด้านยาวของกระถาง โดยให้แนวปลายกิ่งที่ยาวที่สุดหรือกิ่งหนึ่งและกิ่งด้านตรงข้ามหรือกิ่งสอง ทอดเลยขอบกระถางออกไปเล็กน้อยประมาณเท่าๆ กัน ถ้าเป็นไม้ทรงลู่ลม (ฟูกินางาชิ) ก็ควรปลูกให้ค่อนมาทางด้านตรงข้ามกับทิศทางการลู่ลม โดยให้กิ่งก้านที่อ่อนพริ้วดูเหมือนลู่ลมนั้นอยู่ในบริเวณพื้นที่ของกระถาง ปลายกิ่งที่ยื่ยออกไปไกลที่สุดยื่นล้ำออกนอกกระถางไปเล็กน้อย โดยพยายามจัดให้มองดูแล้วการถ่วงน้ำหนักระหว่างต้นไม้กับกระถางอยู่ในสภาพสมดุลย์

อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น เพราะการเลี้ยงบอนไซให้สวยงามไม่ได้มีกฏเกณฑ์ตายตัวที่จะต้องปฏิบัติตาม ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับความลึกซึ้งของอารมณ์ผู้เลี้ยงที่มีต่อธรรมชาติ และศิลปของการตกแต่งกิ่งก้านให้เลียนแบบธรรมชาติได้คล้ายคลึงที่สุดเท่านั้น