ก่อนที่จะคุยกันต่อไปในเรื่องต่างๆ ของไม้แคระหรือบอนไซ เรามาทำความรู้จักกับไม้ประเภทนี้กันจริงๆ จังๆ ให้มีความเข้าใจตรงกันเสียก่อนดีกว่า
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในส่วนของบทนำ คำว่าบอนไซเป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง "ต้นไม้แคระ" ซึ่งก็หมายถึงว่า เป็นต้นไม้ที่ปกติจะมีขนาดสูงใหญ่ท่วมหัว เช่นตะโก
มะขามเทศ ข่อย และอื่นๆ เราเอามาเลี้ยงในกระถางเล็กๆ บังคับไม่ให้ต้นโต แต่มีการดัดกิ่ง ตกแต่งลำต้น และกิ่งก้านให้มองดูเหมือนกับ เอาต้นไม้ใหญ่ๆ
มาย่อส่วนลง โดยยังคงลักษณะรูปทรงเดิมของไม้นั้นๆ อยู่ และมิหนำซ้ำพอถึงฤดูกาล ที่ไม้ชนิดนั้นต้นใหญ่ๆ ออกดอกออกผล
ไม้แคระของเราก็ควรจะมีดอกมีผลกับเขาด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นก็คงพอเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่า คำว่า"บอนไซ"เป็นคำรวม อันหมายถึงต้นไม้ทุกชนิด
ที่เอามาทำให้เป็นไม้แคระ ไม่ใช่ชื่อของพันธุ์ไม้พันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะ
ที่ต้องแจงสี่เบี้ยกันตรงนี้ก่อนก็เพราะ
เคยมีประสบการณ์มากับตัวเอง ผู้เขียนชอบเดินดูบอนไซแถวตลาดนัดสวนจตุจักรเป็นการผ่อนคลายอารมณ์
วันหนึ่งกำลังเดินดูอยู่ฝั่งตรงข้ามองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรหรือที่รู้จักกันว่า "อตก." ก็เห็นคุณผู้หญิงที่เดินผ่านมา ชี้ให้เพื่อนดูต้นมะขามเทศที่ทำเป็นไม้แคระไว้
ก็เหมือนกับต้นมะขามเทศ ในรูปทางข้ายมือนี่แหละ พร้อมกับบอกว่า "นั่นไง...ต้นบอนไซ !" เพื่อนของเธอ ก้มลงไปดูจนใกล้แล้วบอกว่า "......นี่มันต้นมะขามเทศน่ะ"
แต่คุณเธอยังยืนยันเสียงแข็งว่า
"....ไม่ใช่หรอก... ต้นบอนไซต่างหาก ...มะขามเทศต้นแค่นี้มีที่ไหน..." ......... ฮา.... !
เอาละ คุยกันรู้เรื่องไปอย่างหนึ่งแล้ว ว่ากันให้หมดไปเลยดีกว่า คุณรู้แล้วว่าบอนไซนั้นเป็นไม้แคระ คือต้นไม้เตี้ยๆ ดังนั้น ถามว่าถ้าจะเอามะขามเทศต้นขนาดโตหน่อย มาตัดให้เหลือแต่ตอสูงแค่ฟุตเดียว แล้วปล่อยให้แตกกิ่งก้านสาขาออกมา เขียวปึ้ดไปหมดล่ะ มันก็เป็นบอนไซแล้วใช่ไหม..... คำตอบก็ยังเหมือนเดิมอยู่อีก คือ...ไม่ใช่ ! มันเป็นแค่ตอมะขามเทศเท่านั้น ถ้าคุณอยากให้มันเป็นบอนไซ ก็เอาตอนั่นไปเลี้ยงดู คอยประคบประหงมตัดแต่งกิ่ง แต่งทรงมันให้มองดูเหมือนไม้ใหญ่ สิ้นเวลาไปสักสองสามปี ตอมะขามเทศของคุณ ก็จะกลายเป็นบอนไซไป แต่จะสวยไม่สวยนั่นอีกเรื่องหนึ่ง

จากการพูดคุยกับบรรดาเพื่อนพ้องที่เลี้ยงไม้แคระ ซึ่งบางคนเลี้ยงเพื่อความสงบทางใจ บางคนเลี้ยงเป็นการค้า
และบางคนก็ถึงขั้นส่งเข้าประกวด (แต่ไม่เคยเห็นได้รางวัลสักที) ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า ไม้แคระที่เรียกได้ว่าสวยนั้น ควรจะมีหลักเกณฑ์ในการดูอย่างไร ถ้าลองไปคุยกับบรรดานักดัดกิ่ง ที่ยึดมั่นอยู่กับกฏเกณฑ์ จะได้คำตอบว่า ไม้สวยจะต้องมี กิ่งที่หนึ่งอยู่ตรงนั้น กิ่งที่สองอยู่ตรงนี้ กิ่งที่สาม สี่ ห้า จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นต้นอะไร
ดังตัวอย่างในรูปทั้งสองรูปนี้ (รูปซ้ายเป็นต้นหมากเล็กหมากน้อย รูปขวาเป็นต้นพู่ระหง) ผู้เขียนลองโผล่เข้าไปดูใน"รัง"เลี้ยงไม้แคระ ของท่านผู้ให้อรรถาธิบาย ก็สังเกตุเห็นว่า ไม้แคระบรรดามีของท่านนั้น มีรูปทรงเหมือนๆ กันหมดทุกต้น ไม่ว่าจะเป็นตะโก ไทร ข่อย มะสัง มะขาม หมากเล็กหมากน้อย และอื่นๆ คือ... "กิ่งหนึ่งออกซ้าย กิ่งสองออกขวา กิ่งสามออกซ้าย กิ่งสี่ออกขวาอีก กิ่งห้าออกด้านหน้า กิ่งหกออกด้านหลัง..." เหมือนกันทุกต้น มองแล้วคล้ายต้นไม้พลาสติคที่ออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ที่จริงก็สวยไปแบบหนึ่ง แต่ถ้ามองไปทางไหนก็เหมือนๆ กันหมดก็ดูจะน่าเบื่อไปหน่อยทีนี้ลองหันไปมองอีกแง่หนึ่ง คือแง่ของนักอนุรักษ์ธรรมชาติ ก็ได้คำตอบว่า บอนไซที่เรียกว่าสวยนั้น ควรมีรูปทรงตามธรรมชาติ ที่ควรจะเป็น เช่นต้นไทร เมื่อนำมาทำเป็นไม้แคระ ก็ควรจะรักษารูปทรงของต้นไทรเอาไว้ ไม่ใช่มองดูแล้วเป็นต้นข่อยไป และควรปล่อยรูปแบบ ของกิ่งก้านให้เป็นธรรมชาติ มากกว่าที่จะวางรูปแบบตายตัว ให้กับไม้ทุกต้น
ผู้เขียนออกจะเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะจากการไปเยี่ยมสวนบอนไซ ที่เมืองโอมิยะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็เป็นด้วยเหตุบังเอิญ ที่จะต้องไปทำงานที่ ศูนย์ทดสอบเครื่องจักรกลเกษตร (BRAIN) ที่เมืองโอมิยะนี้ พอมีเวลาว่างก็ไปเดินท่อมๆ ดู เพราะที่นี่มีสวนบอนไซหลายแห่ง แต่ละแห่งมีเป็นร้อยต้น สวยๆ ทั้งนั้น แล้วจากการพูดคุยกับเจ้าของสวน (ผ่านล่าม) ก็เห็นว่า แนวคิดของเขาก็เป็นแบบเดียวกัน คือปล่อยรูปแบบของไม้แต่ละต้น ให้เป็นธรรมชาติ และเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด บอนไซญี่ปุ่นแท้ๆ จึงมีรูปทรงที่จับตาจับใจ ดูไม่จืดจริงๆ เพราะแต่ละต้น จะมีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่นต้นในรูปทางขวามือนี้เป็นต้นเมเปิล ที่มองดูแล้วรูปทรงเหมือนต้นไม้ใหญ่ในป่าจริงๆเห็นแล้วให้ความรู้สึกจับใจอย่างบอกไม่ถูก

ตามความรู้สึกของผู้เขียนเอง (ไม่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประกวดไม้แคระ) น่าจะนำแนวคิดทั้งสองมารวมกัน ซึ่งถ้านำเอากฏเกณฑ์การวางตำแหน่งกิ่ง มารวมกับการอนุรักษ์รูปทรงของไม้ ให้เหมือนธรรมชาติ ผลที่ได้ออกมาน่าจะสรุปได้ดังนี้

คราวนี้มาดูว่า สมัยโบราณท่านพรรณาถึงไม้แคระ ไม้ดัด ไว้ว่าอย่างไร ลองดูตัวอย่างในวรรณคดีเรื่อง "ขุนช้าง ขุนแผน" สักนิด..... (ใครที่อยากรู้รายละเอียดของวรรณคดีเรื่องนี้หาอ่านได้ที่เว็บไซต์ "หอมรดกไทย" ของกระทรวงกลาโหม หรือ คลิกที่นี่ได้เลยครับ) จับเอาตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างเพื่อฉุดนางพิมพ์คืนมาก็แล้วกัน หลังจากร่ายเวทย์สะกดคนทั้งบ้านให้หลับไหลแล้ว ขุนแผนก็..........
| ".....โจนลงกลางชานร้านดอกไม้ | ที่ขุนช้างสร้างไว้ดูดาดดื่น
| รวยรสเกษรเมื่อค่อนคืน
| รื่นๆ ลมชายสบายใจ
| กระถินแถวแก้วเกศพิกุลแกม
| ยี่สุ่นแซมมะสังดัดดูไสว
| สมอรัดดัดทรงสมละไม
| ตะขบข่อยตั้งไว้จังหวะกัน
| ตะโกนาทิ้งกิ่งประกับยอด
| แทงทวยทอดอินทร์พรหมนมสวรรค์
| บ้างผลิดอกออกช่ออยู่ชูชัน
| แสงพระจันทร์จับแจ่มกระจ่างตา......"
| |
|
|
| ||||||||||||