ออกแบบ/สร้าง รศ.อัครเดช อรรถจินดา สถาบันทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำแม่โขง (MERI)
ภาพและข้อมูล สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
Editor: akradet@merimekong.org


ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตสัตว์ภูมิศาสตร์ (Zoogeography) ด้านเอเซีย และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างเส้นรุ้ง (latitude) ที่ 6 ถึง 20 องศาเหนือ และเส้นแวง (longitude) ที่ 97 ถึง 105 องศาตะวันออก มีพื้นที่ประมาณ 513,115 ตารางกิโลเมตร ซึ่งประกอบด้วยความหลากหลายทางนิเวศน์วิทยา ตั้งแต่ป่าดงดิบและป่าสนเขา ที่พบอยู่ทั่วไปบนพื้นที่สูงใน จังหวัดภาคเหนือ และบริเวณตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนถึงป่าดงดิบชื้นและป่าดงดิบแล้ง ป่าผลัดใบ ป่าเต็งรังในภาคกลาง และป่าดงดิบในที่ราบต่ำและป่าชายเลน ตลอดจนเกาะใหญ่น้อยอีกจำนวนมาก ทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์ที่ชุกชุมที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และเนื่องจากเป็นจุดบรรจบของชนิดของพืชและสัตว์ ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากแหล่งต่างๆ โดยรอบ ทั้งจากอินเดีย อินโดจีน พม่า และมาเลเซีย ดังนั้นจึงมีความหลาหหลายทางชีวภาพสูง ในปัจจุบันนี้ได้พบว่ามีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวน 283 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 298 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 107 ชนิด นก 917ชนิด และปลาอีก 1,500 ชนิด ในประเทศไทย ไม่นับรวมแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอีกนับพันๆ ชนิด

ทำไมจึง...ใกล้สูญพันธุ์ ?
จากความกดดันจากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งนับวันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับประเทศที่กำลังพัฒนาทั่วๆ ไป พื้นที่ป่าถูกบุกรุก ทั้งเพื่อการเกษตรกรรมในรูปแบบของไร่เลื่อนลอย และจากการลักลอบตัดไม้อย่างผิดกฏหมาย ทำให้พื้นที่ป่าที่มีอยู่เดิมลดน้อยลงไปอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 53 % ในปี พ.ศ.2504 เหลือเพียง 28 % ในปี พ.ศ.2531 ด้วยอัตราการลดลงประมาณปีละ 2345 ตารางกิโลเมตร ส่วนหนึ่งในจำนวนเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำอันทรงคุณค่า และป่าที่อยู่ใกล้เขตชุมชน จากนั้นก็ขยายออกไปเรื่อยๆ จนในปัจจุบันเรากำลังสูญเสียป่าดงดิบอันมีค่ายิ่งไป ไม่น้อยกว่าวันละ 6 ตารางกิโลเมตร เป็นตัวเลขที่น่าวิตกอย่างยิ่ง

นอกจากการทำลายโดยผิดกฏหมายแล้ว ยังมีการทำลายโดยถูกกฏหมายเข้ามาร่วมด้วย แต่ก็เป็นไปเพื่อความเจริญของส่วนรวม นั่นคือกิจกรรมการพัฒนาประเทศ เช่นโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อการชลประทาน และการจัดหาพลังงานไฟฟ้ามาใช้ ซึ่งนอกจากพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์จำนวนมหาศาลต้องจมลงไปอยู่ก้นบึ้งของอ่างเก็บน้ำแล้ว ก็ยังมีผลสะท้อนให้ต้องมีการสูญเสียพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น จากการจัดสรรที่ดินเพื่อการทำกิน และการอยู่อาศัยของประชาชนที่ถูกโยกย้ายออกมานอกพื้นที่ทำกินเดิม ซึ่งต้องกลายสภาพเป็นอ่างเก็บน้ำไป การกันพื้นที่ป่าออกไปเพื่อทำเหมืองแร่ การตัดถนนผ่านเข้าไปในพื้นที่ป่า และการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ผิดวิธี สร้างความกดดันให้กับป่าและถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าอย่างมาก

การลักลอบล่าสัตว์ ทั้งการฆ่าและการดักจับเพื่อขาย เป็นปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้สัตว์ป่าลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว และเป็นเรื่องยากที่รัฐจะทำการดูแลคุ้มครองได้ทั่วถึง เนื่องจากอัตรากำลังที่มีน้อย และมนุษย์ใจหยาบเหล่านั้นก็ทำการทำลายล้างโดยปราศจากสำนึกรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น มุ่งแต่ผลประโยชน์ของตนเพียงอย่างเดียว สัตว์ป่าบางชนิดลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย จากการทำลายล้างเพียงด้วยเหตุผลว่า อวัยวะบางอย่างของมันมีคุณค่า เช่นหนัง งา ดี อุ้งเท้า คงไม่ต้องบอกว่าเป็นสัตว์อะไรบ้าง สัตว์สวยงามเช่นนกบางชนิด ถูกจับขายแทบไม่มีเหลือ เพราะนอกจากจะขายภายใประเทศแล้วก็ยังมีการลักลอบส่งไปขายนอกประเทศครั้งละมากๆ อีกด้วย เป็นเรื่องน่าสลดใจอย่างยิ่ง

รู้ได้อย่างไรว่า... สัตว์อะไรกำลังจะสูญพันธุ์ ?
การที่จะระบุลงไปว่าสัตว์ชนิดใดล่อแหลมต่อการสูญพันธุ์นั้น จำเป็นจะต้องมีหลักหรือแนวทางในการคัดเลือก ซึ่งหลักเกณฑ์ที่จะต้องนำมาประกอบนั้นยุ่งยากและสลับซับซ้อน เพราะสัตว์ป่าเมืองไทยมีหลายชนิดหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อยู่เป็นจำนวนมาก และแต่ละชนิดก็มีสถานภาพในการอนุรักษ์ที่ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามได้มีความพยายามที่จะจัดวางแนวทางในการคัดเลือกชนิดของสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ไว้ 5 ข้อ ซึ่งถ้าสัตว์ชนิดใดมีลักษณะที่สอดคล้องกับกับแนวทางดังกล่าวนี้มาก ก็มีโอกาศที่จะได้รับเลือกมากขึ้น แนวทาง 5 ข้อนี้ประกอบด้วย

  1. เป็นชนิดที่มีอยู่เฉพาะในประเทศไทย พืชและสัตว์ทุกชนิดที่พบอาศัยอยู่ในประเทศไทย จะได้รับการจัดลำดับความสำคัญไว้ใน ลำดับต้นๆ และถือว่าเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยเฉพาะชนิดที่พบอาศัยอยุ่ในพื้นที่เฉพาะแห่ง ซึ่งในกรณีนี้ การที่จะถูกทำลายจนหมดสิ้นไปจากประเทศไทย ย่อมหมายความว่าสัตว์ขนิดนั้นๆ หมดสิ้นไปจากโลกด้วย

  2. เป็นชนิดที่ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย เป็นสัตว์ที่ได้รับความคุ้มครองตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 และ พรบ.ประมง พ.ศ.2504 ให้เป็นสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองหรือได้รับการคุ้มครองในระดับนานาชาติ โดยจัดเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ในหนังสือปกแดงของสหพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อการคุ้มครองธรรมชาติ และการคุ้มครองธรรมชาติ (IUCN) หรือจัดเป็นชนิดที่ควบคุมทางการค้า ตามที่ระบุไว้ในตารางที่ 1 และตารางที่ 2 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) ชนิดใดๆ ที่ได้รับการคุ้มครองดังกล่าว ได้รับการพิจารณาว่าเป็นชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์

  3. เป็นชนิดที่ยอมรับในประเทศว่าใกล้จะสูญพันธุ์ จากผลงานการสำรวจของผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าและนักอนุรักษ์ธรรมชาติ ในการอนุรักษฺสัตว์ป่าในประเทศไทย ซึ่งได้จัดทำบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าชนิดที่เชื่อว่าเป็นชนิดที่กำลังใกล้จะสูญพันธุ์ และชนิดที่กำลังมีจำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว ดังเช่นผลงานของ Bain และ Humphrey (1980) ปราโมทย์ (2528) และ Brokelman (1988) สัตว์ป่าที่ได้รับการเสนอในผลงานนี้จะได้รับการพิจารณาใน รายละเอียดจากข้อมูลใหม่ๆ เพื่อพิสูจน์อัตราการใกล้สูญพันธุ์ ที่แท้จริงก่อนการยอมรับ

  4. เป็นชนิดที่ได้รับการจัดเป็นชนิดใกล้จะสูญพันธุ์ในประเทศใกล้เคียง เป็นชนิดที่ประเทศใกล้เคียงได้ประกาศแล้วว่ากำลังใกล้จะสูญพันธุ์หรือเป็นชนิดที่ได้รับการคุ้มครองอย่าง เต็มที่ ในแต่ละประเทศในบริเวณเอเซียใต้และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพบอาศัยอยู่ในประเทศไทย จะได้รับ การพิจารณาว่าเป็นชนิดที่กำลังใกล้จะสูญพันธุ์ไปด้วย หากมีหลักฐานในประเทศไทยว่าเป็นเช่นนั้น

  5. รายงานพบชนิดในระยะหลัง ตัดสินตามการพบเห็นสัตว์ป่าชนิดนั้นๆ ในระยะหลังๆ ภายในประเทศไทย โดยชนิดนั้นๆ ไม่มีรายงานการได้พบเห็นเลยในระยะ 10 ปีหลัง หรือพบใน จำนวนที่ต่ำมากเพียง 1 ถึง 5 ครั้ง ในบริเวณไม่กี่แห่ง จะถือว่าเป็นสัตว์ป่าชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์


รายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
รายชื่อสัตว์ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นชนิดที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ซึ่งปรากฏอยู่ในเว็บเพจเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากสัตว์ป่า นก และปลา จำนวนนับร้อยๆ ชนิดที่ปรากฏอยู่ในเอกสารเรื่อง "พืชและสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์" ซึ่งจัดทำโดยความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สำนักงาน USAID และองค์การ WWF และจะพยายามจัดหาเพิ่มเติมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อปลุกจิตสำนึกของคนไทยให้เห็นถึงความสำคัญของเพื่อนร่วมโลก เหล่านี้ และกระตุ้นให้เกิดความหวงแหนทรัพยากรโลกเหล่านี้ไว้ให้อยู่คู่โลกไปนานที่สุด

ภาพและข้อมูลของสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ส่วนใหญ่ที่แสดงไว้ใน web site นี้ ได้รับความอนุเคราะห์ จาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ผู้จัดทำขอขอบคุณในความอนุเคราะห์ไว้ ณ ที่นี้ด้วย