
วงศ์ (Family Name): SCIURIDAEลักษณะ มีลักษณะที่แปลกและแตกต่างออกไปกว่ากระรอกชนิดอื่น ตรงที่มีส่วนปากและจมูกยาวแหลมคล้ายปากของกระแต ขนด้านหลังสีน้ำตาลแดง และจางลงบริเวณด้านข้างของลำตัว ใต้ท้องสีขาม มีสีเหลืองแซมบริเวณขอบด้านข้างโดยรอบ หางมีขนปุกปุยแต่ไม่ดกเท่าหางกระรอกชนิดอื่นๆ มีสีน้ำตาลแซมและมีลายขวางสีจางๆ พอมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจนนัก
ชื่อพื้นเมือง (Local Name): กระรอกหน้ากระแต
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific Name):Rhinosciurus laticaudatus (Muller & Schlegel,1844)
อุปนิสัย ชอบอยู่โดดเดี่ยว หากินบนพื้นดิน อาหารได้แก่ มด ปลวก และแมลงอื่นๆ ไส้เดือน ผลไม้ อาศัยทำรังอยู่ตามโพรงไม้ ตกลูกปีละครั้งเดียว ครั้งละประมาณ 1 - 2 ตัว
ที่อยู่อาศัย อาศัยอยู่ตามป่าดิบชื้นในบริเวณที่ต่ำ โดยเฉพาะในบริเวณหุบเขาที่มีลำธารไหลผ่าน
เขตแพร่กระจาย พบในบริเวณป่าดิบชื้นทางภาคใต้ของประเทศไทย ตลอดลงไปมะลายู สุมาตรา และเกาะบอร์เนียว
สถานภาพ ในระยะหลังพบเพียงสองตัวในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดว่าเป็นกระรอกชนิดที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งในประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการในการอนุรักษ์กระรอกชนิดนี้ จึงเชื่อได้ว่าอาจสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้วก็ได้
สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากกระรอกชนิดนี้อาศัยอยู่เฉพาะในป่าดิบชื้น ซึ่งปัจจุบันได้ถูกบุกรุกทำลายเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่นปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา และพืชอื่นๆ ทำให้กระรอกหน้ากระแตซึ่งปกติในธรรมชาติก็มีจำนวนน้อยอยู่แล้ว ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว การดูแลรักษาพื้นที่ป่าดงดิบที่มีอยู่ในอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเท่านั้นที่จะช่วยให้กระรอกชนิดนี้ยังคงมีอยู่ในประเทศไทยต่อไปได้

|
|
|