
วงศ์ (Family): PLATYSTERNIDAEลักษณะ เต่าชนิดนี้มีส่วนหัวใหญ่มาก และด้านลนมีแผ่นแข็งปกคลุม ปากงุ้มเป็นตะขอและมีกรามที่แข็งแรงมาก ทำให้ไม่สามารถจะหดหัวและส่วนคอเข้าไปในกระดองได้เหมือนเต่าชนิดอื่นๆ หางยาวกว่ากระดองและมีลักษณะเป้นข้อของปล้องรูปสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน ตอนกึ่งกลางกระดองหลังมีสันเล็กๆ กระดองหลังและกระดองท้องเชื่อมติดกันด้วยเนื้อเยื่อที่เหนียวมาก กระดองหลังมีสีเขียวเข้ม สีน้ำตาลแกมแดง หรือสีดำ กระดองท้องสีเหลืองมีสีน้ำตาลเข้มแต้ม ลูกเต่ามักมีขอบกระดองด้านหลังหยักคล้ายฟันเลื่อย
ชื่อพื้นเมือง (Local Name): เต่าปูลู
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific Name): Platysternon megacephalum (Gray, 1831)
อุปนิสัย ออกหากินเวลากลางคืน อาหารเป็นพวกปูน้ำตก ปลา หอย และกุ้ง ไม่ค่อยชอบกินอาหารจำพวกพืช มีรายงานว่าเต่าปูลูวางใข่บนสันทรายเปียกตอนปลายเดือนเมษายน โดยวางใข่ครั้งละ 3 - 4 ฟอง
ที่อยู่อาศัย เต่าปูลูอาศัยอยู่ตามลำธารน้ำเย็นบนภูเขาในระดับสูงกว่า 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทางภาคเหนือ ลงไปตามแนวทิวเขาด้านตะวันตกไปจนถึงจังหวัดกาญจนบุรี และยังพบบริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์และเทือกเขาภูพาน โดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึงพบเต่าปูลูค่อนข้างมาก
เขตแพร่กระจาย พบในประเทศจีนตอนใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน พม่า จนถึงประเทศในอินโดจีน
สถานภาพ ปัจจุบันได้รับการประกาศเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1
สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์ ในอดีตมีการจับเต่าปูลูนับเป็นร้อยๆ ตัวเพื่อขายเป็นเต่าเลี้ยงและเพื่อใช้ในการปรุงยา ความต้องการดังกล่าวมีสูง นอกจากนี้ยังมีขนบางเผ่าเชื่อว่าเนื้อเต่าเป็นยาบำรุงเช่นเดียวกับนอแรด จนทำให้ปริมาณเต่าในธรรมชาติลดลงอย่างมาก นอกจากนี้การทำลายป่าดิบเขาเป็นเหตุให้สภาพของลำธารน้ำอันเป็นที่อยู่อาศัยของเต่าปูลูเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้โอกาศคงอยู่ของเต่าปูลูเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว

|
|
|