
วงศ์ (Family): PHASIANIDAEลักษณะ เป็นไก่ฟ้าที่มีความสวยงามมากชนิดหนึ่ง ตัวผู้จะมีขนาดและลักษณะที่แตกต่างจากตัวเมีย ไก่ฟ้าตัวผู้มีลำตัวยาวประมาณ 80 เซ็นติเมตร โดยเป็นส่วนหางเสียประมาณ 33 - 36 เซ็นติเมตร ส่วนหัวและคอสีดำ มีหงอนยาวสีม่วงปนดำ ลำตัวและปีกสีเทามีลายขัดละเอียดสีดำ บริเวณกลางแผ่นหลังมีสีทองเป็นแววและจะค่อยๆ กลายเป็นสีทองแดงตอนใกล้โคนหาง ใต้ท้องและส่วนหางสีดำเหลือบฟ้า ขาและหนังรอบตาสีแดง ตัวเมียจะมีลำตัวยาวประมาณ 60 เซ็นติเมตร สีทั่วตัวเป็นสีน้ำตาล สีบนแผ่นหลังออกสีน้ำตาลแดง ใต้ท้องสีน้ำตาลแดงและมีลายเกล็ดสีขาว ส่วนอื่นๆ สีดำ แผ่นหนังรอบตาสีแดงสด
ชื่อพื้นเมือง (Local Name): ไก่ฟ้าพญาลอ
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific Name): Lophura diardi (Bonaparte, 1856)
อุปนิสัย อยู่เป็นคู่หรือเป็นฝูงโดยมีตัวผู้เพียงตัวเดียวกับตัวเมีย 2 - 3 ตัว ชอบคุ้ยเขี่ยหาอาหารบนพื้นดิน อาหารเป็นเมล็ดพืชที่หล่นจากต้น แมลง หนอน และสัตว์เล็กๆ อื่นๆ ออกหากินเวลากลางวัน เกาะพักนอนบนกิ่งไม้ในเวลากลางคืน ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม วางใข่ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ครั้งละ 5 - 8 ฟอง ไก่ฟ้าพญาลอใช้เวลาเจริญเติบโตราว 3 ปีจึงจะถึงวัยเจริญพันธุ์
ที่อยู่อาศัย มักอาศัยอยู่ในป่าดงดิบแล้งในที่ราบต่ำ หรือป่าชื้นใหม่ที่เรือนไม้ชั้นล่างทึบ ตลอดจนป่าไผ่ จนถึงระดับความสูงประมาณ 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล
เขตแพร่กระจาย พบอาศัยอยู่เฉพาะในเขตเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทสไทย แคว้นฉานของพม่า ลาว เวียตนาม และกัมพูชา ในประเทศไทยพบในภาคตะวันออก ทางภาคเหนือพบทางด้านตะวันออกของแม่น้ำยม และทิวเขาขุนตานทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือไปจนถึงตะวันออกเฉียงใต้
สถานภาพ ในสภาพธรรมชาติพบไก่ฟ้าพญาลอจำนวนเพียงเล็กน้อย อยู่แยกห่างกันเป็นกลุ่มๆ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ ในที่เลี้ยงยังมีไก่ฟ้าพญาลออยู่มาก แต่มักเป็นสายพันธุ์ที่ไม่บริสุทธิ์
สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์ ป่าดิบแล้งซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยถูกทำลายลงมาก ป่าบางแห่งก็ถูกล้อมรอบด้วยบริเวณที่ถูกแผ้วถางเป็นที่เพาะปลูก ทำให้โอกาศที่ไก่ฟ้าจะพบกันเพื่อขยายพันธุ์จึงมีน้อยลงทุกที แม้แต่ในเขตคุ้มครองก็ยังมีจำนวนน้อยเนื่องจากถูกลักลอบฆ่าเป็นอาหารและดักจับขายเป็นสัตว์เลี้ยง อนาคตความอยู่รอดของไก่ฟ้าพญาลอในประเทศไทยจึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

|
|
|