ไก่ฟ้าหน้าเขียว



วงศ์ (Family):  PHASIANIDAE
ชื่อพื้นเมือง (Local Name): ไก่ฟ้าหน้าเขียว
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific Name): Lophura ignita (Shaw and Nodder, 1797)

ลักษณะ เป็นไก่ฟ้าขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ตัวผู้มีความยาวของลำตัวรวมหางประมาณ 67 - 72 เซ็นติเมตร ตัวเมียประมาณ 57 - 60 เซ็นติเมตร ตัวผู้จะมีลักษณะต่างจากตัวเมีย ลักษณะเด่นของทั้งสองเพศก็คือมีแผ่นหนังสีฟ้าที่หน้าเด่นชัด ต่างจากไก่ฟ้าชนิดอื่นๆ ซึ่งแผ่นหนังนี้จะมีสีแดง ขนบนตัวสีดำเหลือบฟ้าและม่วง กลางหลังและโคนหางมีแถบสีแดงเพลิงเห็นชัด ขนหางเส้นกลางมีสีขาวและมีขีดขาวบนสีข้าง ตัวเมียมีขนทั่วไปสีน้ำตาล ขนด้านใต้ท้องจะมีขลิบขาว ทั้งสองเพศมีสีของแข้งและเท้าออกสีแดง

อุปนิสัย ปกติจะอยู่เป็นกลุ่ม 5 - 6 ตัว โดยจะมีตัวผู้เพียงตัวเดียว แต่ละฝูงจะมีบริเวณอานาเขตของฝูงโดยเฉพาะ อาหารได้แก่ใบไม้อ่อนๆ เมล็ดพืช ลูกไม้ป่า หนอน แมลง และสัตว์เล็กๆ บนพื้นดิน ออกหากินในเวลากลางวัน และเกาะนอนบนกิ่งไม้สูงในเวลากลางคืน ช่วงฤดูผสมพันธุ์อยู่ในราวเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ในระยะนี้ตัวผู้จะมีแผ่นผนังบนหน้าขยายใหญ่จนปิดหน้าเกือบมิด เหลือเพียงตาและปาก ทำรังบนพื้นดินด้วยหญ้าและใบไม้แห้ง วางใข่ครั้งละ 4 - 8 ฟอง ระยะเวลาฟักใข่ 25 วัน ไก่ฟ้าหน้าเขียวตัวเมียที่เลี้ยงไว้บางตัวอาจวางใข่ได้มาก 40 - 50 ฟองต่อปี

ที่อยู่อาศัย อาศัยอยู่เฉพาะในป่าดงดิบต่ำ

เขตแพร่กระจาย พบตั้งแต่ตอนใต้ของทิวเขาตะนาวศรีลงไปตลอดภาคใต้ของประเทศไทยจนถึงมาเลเซีย สุมาตรา และบอร์เนียว ในอดีตเคยพบชุกชุมในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สถานภาพ ปัจจุบันทีเหลืออยู่ไม่ม่กนักตามเขตคุ้มครองต่างๆ หลายแห่งในภาคใต้ จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1

สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากเป็นสัตว์ท่อาศัยอยู่ตามป่าต่ำใกล้ลำน้ำ ซึ่งเป็นที่ที่มีการบุกรุกแผ้วถางทำลายมากที่สุดจากความต้องการพื้นที่เพื่อการเกษตร และจากการขยายตัวของชุมชน แหล่งที่อยู่อาศัยของไก่ฟ้าหน้าเขียวจึงลดน้อยลง จำนวนไก่ฟ้าจึงลดลงอย่างรวดเร็วตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการล่าเป็นอาหารและดักจับเพื่อขายเพราะเป็นนกที่มีความสวยงาม ในแต่ละปีจะมีไก่ฟ้าถูกดักจับและส่งขายต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งโดยถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมาย ไก่ฟ้าหน้าเขียวจึงอาจหมดสิ้นไปจากธรรมชาติในไม่ช้านี้ หากพฤติกรรมเหล่านี้ยังดำเนินต่อไป