
วงศ์ (Family): PHASIANIDAEลักษณะ เป็นนกจำพวกไก่ฟ้าขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 50 เซ็นติเมตร นกตัวผู้มีขนาดใหญ่และมีลักษณะแตกต่างจากนกตัวเมีย โดยตัวผู้จะมีหงอนยาวสีเขียวแกมฟ้าและมีแผ่นหนังสีส้มที่หน้า ขนโดยทั่วไปสีน้ำตาลมีลายจุดเล็กๆ สีดำ ขนบนแผ่นหลัง ปีกและหางมีจุดเป็นดวงตากลมสีฟ้าขลิบด้วยสีน้ำตาลเหลืองเรียงกันเป็นแถว ตัวเมียจะมีสีอ่อนกว่า หงอนสั้น แผ่นหนังที่หน้าเป้นสีเหลืองจนถึงส้ม
ชื่อพื้นเมือง (Local Name: นกแว่นสีน้ำตาล. นกแว่นใต้
ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific Name): Polyplectron malacense (Scopoli, 1786)
อุปนิสัย หากินบนพื้นตามป่าต่ำและเชิงลาดเขา พบมีทั้งอยู่โดดเดี่ยว อยู่เป็นคู่ และอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ 4 - 5 ตัว นิสัยการกินอาหารคล้ายไก่ฟ้าขนิดอื่นๆ คือกินทั้งพืชและสัตว์ ในฤดูผสมพันธุ์ตัวผู้จะรำแพนปีกทั้งสองข้างและหางเป็นรูปพัดที่มีลายจุดเป็นรูปดวงตากลมสวยงาม ในกรงเลี้ยงนกแว่นจะวางใข่ได้เกือบตลอดปี จำนวนใข่ที่วางจะแตกต่างกันไปตั้งแต่ 4 - 8 ฟอง ไปถึง 10 ฟองต่อปี ระยะฟักใข่ 21 - 22 วัน
ที่อยู่อาศัย ปกติชอบอยู่ในป่าทึบเชิงเขา
เขตแพร่กระจาย พบอาศัยอยู่ในป่าดงดิบตอนใต้ของเทือกเขาตระนาวศรีลงไปตลอดภาคใต้ของประเทศไทย จนถึงมาเลเซียและสุมาตรา ในปี พ.ศ.2527 มีรายงานพบที่เขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
สถานภาพ นกแว่นจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1
สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์ นกแว่นสีน้ำตาลดำรงชีวิตอยู่ได้เฉพาะในบริเวณป่าดงดิบในที่ราบต่ำเท่านั้น และมีความอ่อนไหวมากต่อการบุกรุกทำลายป่าอันเป็นที่อยู่อาศัยโดยฝีมือมนุษย์ ประกอบกับทั้งในอดีตนกแว่นสีน้ำตาลถูกล่าเพื่อนำไปเลี้ยงกันอย่างหนักเพราะเป็นนกที่มีความสวยงามมาก
จึงคาดว่าในปัจจุบัน นกแว่นสีน้ำตาลได้สูญสิ้นไปจากแผ่นดินไทยแล้ว
