แมวป่า หรือ เสือกระต่าย



วงศ์ (Family):  FELIDAE
ชื่อพื้นเมือง (Local Name): แมวป่า, เสือกระต่าย
ชื่อวิทยาศาสตร์: Felis chaus (Guldenstaed 1776)

ลักษณะ เป็นแมวป่าที่มีขนาดลำตัวโตกว่าแมวบ้านเล็กน้อย น้ำหนักตัวเมื่อโตเต็มที่ 4 - 6 กิโลกรัม ลักษณะที่สำคัญคือมีใบหูยาวและมีกลุ่มขนยื่นออกมาตรงปลายสุดของใบหู ดูคล้ายใบหูของกระต่าย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเสือกระต่าย รอบบริเวณส่วนปากมีขนสีขาว ขนด้านบนของลำตัวโดยทั่วไปด้านหลังจะเป็นสีขี้เถ้าหรือสีน้ำตาลเหลือง ด้านท้องจะมีสีคล้ายกันแต่จางกว่า ตัวอ่อนจะมีลายพาดขวางลำตัว แต่ลายนี้จะค่อยๆ จางลงและหมดไปเมื่อโตเต็มวัย ส่วนหางตรงครึ่งหลังมีปล้องสีเข้มเห็นได้ชัด 4 - 5 ปล้อง ส่วนปลายสุดของหางมีสีดำ

อุปนิสัย ออกหากินทั้งเวลากลางวันและกลางคืน หากินบนพื้นดินโดยใช้วิธีวิ่งไล่ตะครุบเหยื่อ ซึ่งได้แก่หนู จิ้งจก กบ เขียด นก หรือแม้แต่สัตว์ขนาดเดียวกันเช่นกระจง ตกลูกครอกละ 2 - 5 ตัว ระยะเวลาตั้งท้องประมาณ 65 - 67 วัน

ที่อยู่อาศัย อาศัยอยู่ตามทุ่งที่มีหญ้าสูงๆ ป่าผลัดใบ หรือป่าละเมาะที่มีพุ่มไม้หนา ไม่เคยมีรายงานพบในป่าดงดิบ

เขตแพร่กระจาย มีเขตแพร่กระจายกว้างขวางเกือบทั่วทวีปเอเซีย ในประเทศไทยพบทั่วไป ทางเขตภาคใต้ลงไปถึงคอคอดกระ แต่มีรายงานพบไม่มากนัก

สถานภาพ ปัจจุบันพบแมวป่าในที่ไม่กี่แหล่ง และแต่ละแหล่งก็พบจำนวนน้อย จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 และอนุสัญญา CITES จัดอยู่ใน Appendix II

สาเหตุของการใกล้สูญพันธุ์ แมวป่ามีนิสัยชอบหากินในที่โล่งและในทุ่งหญ้าจึงง่ายต่อการถูกล่าโดยการส่องไฟยิงในเวลากลางคืน ประกอบกับประเทศไทยอยู่ตรงขอบล่างสุดของเขตแพร่กระจาย จึงทำให้มีจำนวนในธรรมชาติค่อนข้างน้อย